ชายเสื้อดำป้ายน้ำลายในลิฟต์

ชายเสื้อดำป้ายน้ำลายในลิฟต์ พี่สาวบอกน้องป่วยจิตขอให้สังคมอภัย

หากยังจำกันได้กรณีที่มีชายเสื้อดำคนหนึ่งเดินเข้าไปในลิฟท์ของรถไฟฟ้า BTS แล้วก็ล้วงกางเกงออกมาป้ายตามประตูลิฟต์รวมถึงเอาน้ำลายป้ายไปตามผนังลิฟท์ต่างๆ ซึ่งหลังจากที่มีคลิปว่าชายเสื้อดำนี้ได้กระทำการป้ายน้ำลายไปในที่ต่างๆภายในลิฟท์สถานีรถไฟฟ้า BTS 

ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้สามารถจับกุมตัวชายคนดังกล่าวได้ และได้ทำการปล่อยตัวไปแล้วเนื่องจากทางญาติมีการมาประกันตัวไปซึ่งในวันที่ชายเสื้อดำถูกจับกุมอยู่ที่สถานีตำรวจได้มีการโพสต์ Facebook ว่าอยู่ระหว่างรอการจ่ายเงินโดยทางกลุ่มโซเชียลต่างๆก็พยายามเข้าไปค้นหาข้อมูลส่วนตัวของชายเสื้อดำซึ่งจะเห็นได้ว่า Profile ของชายหนุ่มไม่ธรรมดา

เนื่องจากว่าจบมาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงและเป็นสถาบันที่ดังมากในประเทศไทยรวมถึงประวัติการทำงานแต่ละที่ก็ทำงานในบริษัทดังๆทั้งนั้น  เมื่อนักข่าวได้ไปทำการขอสัมภาษณ์ชายคนดังกล่าวกลับได้รับการปฏิเสธโดยบอกว่าจะเปิดให้ทำการสัมภาษณ์อีกทีในวันที่ผลเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกเท่านั้น โดยเขายังฝากไปถึงนักข่าวสำนักข่าวอื่นๆด้วยว่าการจะเสนอข่าวอะไรนั้นควรจะเสนอข่าว 2 ทางโดยอาจจะต้องถามเขาก่อนว่าเกิดจากสาเหตุอะไรไม่ใช่ไปออกข่าวต่อว่าโจมตีเขาแบบนั้น

และเขายืนยันว่าเขาจะเปิดให้สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งเมื่อผลการตรวจเชื้อไวรัสของเขาออกมาแล้วโดยจะเปิดให้สัมภาษณ์ช่วงประมาณ 8:00 นให้นักข่าวเตรียมตัวรอได้เลยหลังจากที่วางสายจากชายคนดังกล่าวนักข่าวได้โทรเข้าไปสอบถามพูดคุยกับพี่สาวของชายเสื้อดำคนนี้ด้วยซึ่งทางพี่สาวของเขาเองก็ได้บอกกับนักข่าวว่าตนเองได้เห็นข่าวที่เกิดขึ้นแล้วแล้วก็รู้สึกตกใจมากที่น้องไปกระทำการแบบนั้นซึ่งอยากจะฝากให้สังคมให้อภัยน้องชายของตนด้วย

เนื่องจากว่าน้องชายของตนมีอาการป่วยทางจิตจะต้องได้รับการทานยาทุกวันโดยวันดังกล่าวคาดว่าน้องน่าจะไม่ได้กินยาจึงทำให้อาการป่วยทางจิตกำเริบซึ่งทางพี่สาวเองก็ยืนยันว่าตัวน้องเองเป็นชายที่เรียนเก่งและจบมาจากสถาบันการศึกษาที่ดีรวมถึงได้ทำงานในตำแหน่งดีๆและบริษัทใหญ่ๆหลายแห่งแต่ก็ต้องลาออกจากงานมาเนื่องจากว่ามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางจิตนี้เอง

เดินทางพี่สาวแจ้งว่าเคยได้ห้ามปรามไม่ให้น้องออกไปข้างนอกแล้วแต่ก็ไม่สามารถห้ามได้แต่อย่างไรก็ตามทางพี่สาวและครอบครัวก็จะพยายามดูแลชายคนดังกล่าวให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้มาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนอื่นๆ

   ประชาชนที่ได้เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวต่างก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ใส่เสื้อดำมาทำการในลักษณะเหมือนจะนำเชื้อโรคมาแพร่ให้กับคนอื่นแบบนี้ยิ่งในภาพมีการล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วนำมาป้ายตามจุดต่างๆยิ่งสร้างความเดือดและความโมโหให้กับคนที่ได้เห็นคลิปเป็นอย่างมากจึงพากันไปขุดคุ้ยหาข้อมูลของชายคนดังกล่าวและหลายคนไม่เชื่อว่าใส่เสื้อดำจะมีอาการทางจิตจริงเนื่องจากว่าประวัติใน Facebook ค่อนข้างที่จะทำงานดีและมีชื่อเสียง

โพสท์ใน ข่าวสังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ชายเสื้อดำป้ายน้ำลายในลิฟต์

ชาวบ้านสุดแสนสงสารวัยรุ่นอายุ 16 ปีฆ่าน้าตัวเอง

ชาวบ้านสุดแสนสงสารวัยรุ่นอายุ 16 ปีฆ่าน้าตัวเอง เพราะน้าหลอนเกิดยาจะเอามีดแทงแม่ 

       หลายท่านฟังเรื่องนี้แล้วอาจจะสลดใจหรืออาจจะเห็นใจคนที่ตกเป็นฆาตกรว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้ต้องการเป็นฆาตกรเลย แต่ทำไปเพราะความจำเป็นโดยชาวบ้านหลายคนก็ออกมาตั้งคำถามว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือเด็กวัยรุ่นอายุ 16 ปีคนนี้ได้อย่างไรซึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าสลดใจให้กับชาวบ้าน

จนต้องออกมาพูดจาปรึกษาหารือกันนั้นเนื่องจากว่า เด็กชายวัยรุ่นอายุ 16 ปีคนหนึ่งอาศัยอยู่กับแม่แล้วก็น้าสาวอีกคนนึงซึ่งน้าสาวคนนี้เป็นคนไม่ปกติเนื่องจากว่าเสพสารเสพติดเป็นจำนวนมากจึงมักจะมีอาการหลอนอยู่บ่อยครั้งซึ่งเหตุการณ์ เศร้าสลดครั้งนี้เกิดขึ้นมา

จากน้าสาวที่ติดยาเสพติดเกิดอาการหลอนยาแล้วบุกจะเอามีดมาแทงแม่ของเด็กวัยรุ่นอายุ 16 ปี ซึ่งระหว่างที่น้าสาวเอามีดมาแทงแม่นั้นเด็กชายวัย 16 ปีอยู่ในเหตุการณ์ด้วยและเห็นว่าน้ากำลังจะแทงแม่จึงได้เข้าช่วยเหลือแม่ของตนเอง โดยการแย่งมีดจากน้าที่กำลังหลอนยา โดยมีการยึดเยอะมีดกันไปมาจนในที่สุดมีดก็ฉลาดไปโดนคอของน้าจนเสียชีวิตซึ่งหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เดินทางเข้าจับกุมเด็กชายอายุ 16 ปีคนดังกล่าว

หลายๆคนที่รู้ข่าวการจับกุมเด็กชายอายุ 16 ปีและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างก็ออกมาจากกลุ่มคุยกันว่าสิ่งที่เด็กชายวัย 16 ปีทำเพื่อปกป้องแม่ของเขาเองนี้เขาควรจะถูกจับจริงๆหรือ ซึ่งหลังจากที่มีการร้องเรียนข่าวเข้ามาทางสำนักข่าวแห่งหนึ่งทั้งนักข่าวเองก็ได้ลงไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัด นครปฐมโดยชาวบ้านได้บอกกับนักข่าวว่าเด็กชายวัยรุ่นคนดังกล่าวเป็นเด็กนิสัยดีและที่เขาทำไปก็ต้องการช่วยเหลือแม่ของเขาที่กำลังจะถูกทำร้ายดังนั้นหลายคนจึงอยากที่จะช่วยเหลือเด็กคนนี้ไม่ให้ต้องติดคุกซึ่งในปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่องตัวเด็กชายคนดังกล่าวไปฝากขังไว้ที่ศาลเยาวชนของจังหวัดนครปฐมเรียบร้อยแล้ว

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งยายและแม่เองต่างก็รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองคนยอมรับว่าอยากจะช่วยเหลือเด็กชายอายุ 16 ปีไม่ต้องติดคุกแต่ก็มีฐานะยากจนไม่มีเงินมากพอที่จะไปประกันตัวหลานออกมา สอบถามคุณยายของเด็กอายุ 16 ปีได้ความว่าผู้เสียชีวิตเป็นน้องสาวของแม่ของเด็กที่ก่อเหตุเองแต่เนื่องจากว่าผู้เสียชีวิตมีอาการหลอนยาเพราะเสพยาเสพติดมากเกินไป

และยังมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวชซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยสร้างปัญหาด้วยการโทรไปก่อกวน 191 แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถจับกุมตัวผู้เสียชีวิตดังกล่าวได้เนื่องจากว่าเธอมีเอกสารยืนยันว่าเธอเป็นคนป่วยโรคจิตจริงๆซึ่งต่อมาเธอก็ชอบมีอาการหลอนยาอยู่ตลอดเวลาและมาก่อเหตุจะมาฆ่าพี่สาวตนเองในวันดังกล่าวจนลูกชายของพี่สาวเข้ามาแย่งมีดแล้วทั้งไปโดนคอจนถึงแก่ความตาย

โพสท์ใน ข่าวสะท้อนสังคม | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ชาวบ้านสุดแสนสงสารวัยรุ่นอายุ 16 ปีฆ่าน้าตัวเอง

รัฐบาลประกาศปิดสถานบันเทิงส่งผลให้ลูกจ้างรายวันขาดรายได้

รัฐบาลประกาศปิดสถานบันเทิงส่งผลให้ลูกจ้างรายวันขาดรายได้รัฐช่วยเหลือ

      จากกรณีที่นายกรัฐมนตรี พลเอก  ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการออกมาแถลงการณ์ขอความร่วมมือให้กับสถานบันเทิงร้านอาหารหรือแม้แต่ผับได้ทำการปิดการชั่วคราวเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าไปก่อนซึ่งสถานบันเทิงหลายแห่งได้ทำตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีด้วยการปิดกิจการและบางร้านค้าก็ปิดก่อนที่จะมีการขอความร่วมมือจากนายกเทศมนตรีแล้วเนื่องจากว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเลยแต่หลังจากที่สถานบันเทิงมีการปิดกิจการลงไปนั้น

ก็มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานรายวันของร้านค้าดังกล่าวปีเมื่อทางร้านปิดกิจการไปตนเองซึ่งเป็นพนักงานทั้งการทำงานแบบ Part Time และ full Time ต่างก็ได้รับผลกระทบกันเป็นจำนวนมากเพราะว่าเมื่อไม่มีงานทำก็ไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหารการกินการซื้อข้าวของเครื่องใช้รวมถึงการจ่ายค่าเช่าห้อง

ซึ่งรายการค่าใช้จ่ายพวกนี้ชาวบ้านบอกว่าจะต้องมีการใช้จ่ายแบบนี้ทุกเดือนอยู่แล้วแต่เมื่อมีการสั่งการมาจากทางนายกรัฐมนตรีให้ปิดกิจการลงกลุ่มพนักงานต่างก็ได้รับผลกระทบจากตรงนี้เป็นจำนวนมากดังนั้นจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือเยียวยากับพนักงานที่เป็นลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศของรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย 

          ถึงแม้ว่าในตอนนี้ประเทศไทยจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าไปทั่วประเทศและจากการตรวจสอบจากผู้ที่ติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่พบว่ามาจากสถานบันเทิงไม่ว่าจะเป็นสนามมวยห้างสรรพสินค้าหรือแม้แต่ร้านอาหารและผับดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางจึงได้มีการประกาศขอความร่วมมือทางร้านค้าต่างๆให้งดเปิดกิจการเป็นการชั่วคราวจำนวน 14 วัน

ส่งผลให้พนักงานของร้านค้ารวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ยังมีการตกค้างอยู่ในประเทศไทยไม่สามารถที่จะเข้ามาใช้บริการหรือเข้ามาทำงานที่ร้านค้าได้และนี่เองที่กำลังเป็นปัญหาที่รัฐบาลจะต้องหาทางแก้ไขเยียวยาพนักงานเราไม่เช่นนั้นแล้วปัญหาการตกงานจะส่งผลทำให้ประเทศไทยเกิดขโมยและโจรชุกชุมรวมถึงการขาดความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ในตอนนี้นักท่องเที่ยวบางคนถูกระงับการเดินทางออกนอกประเทศซึ่งต้องอยู่ภายในประเทศแบบไม่มีกำหนดดังนั้นจะมีผลกระทบกับค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวโดยตรงด้วยเช่นเดียวกัน สิ่งที่รัฐบาลต้องคิดหาวิธีแก้ไขตอนนี้ก็คือจะช่วยเหลือพนักงานที่ถูกปิดกิจการลงไปได้อย่างไรและจัดการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวที่ตกค้างได้อย่างไรหรือทางที่ดี

เราควรจะส่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้เดินทางออกนอกประเทศไปก่อนที่นักท่องเที่ยวนี้จะมีการโวยวาย ส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหายได้ สถานการณ์ในตอนนี้รัฐบาลต้องตัดสินใจให้ดีที่สุดเพื่อประชาชนของตนเองและเพื่อประเทศชาติ

โพสท์ใน ปัญหาทางสังคม | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน รัฐบาลประกาศปิดสถานบันเทิงส่งผลให้ลูกจ้างรายวันขาดรายได้

เด็กเรียนโรงเรียนเอกชนอาหารมีแค่ข้าวกับน้ำซุปทั้งที่จ่ายเงิน 2หมื่น

ได้มีเรื่องราวเกิดขึ้นคือมีแม่คนหนึ่งได้ให้ลูกเรียนที่โรงเรียนเอกชนซึ่งรูปอยู่ในระดับชั้นอนุบาล

2หลังจากนั้นทางโรงเรียนได้แจ้งกับทางผู้ปกครองว่าเด็กๆกินข้าวไม่หมดกินข้าวเหลือเยอะจะตักข้าวให้เด็กน้อยๆแต่ทางผู้ปกครองก็ไม่ได้สนใจอะไรตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยรู้เลยว่าเด็กๆกินข้าวน้อยแต่มารู้ตอนที่ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมให้เด็กๆฝึกทำขนมและให้ผู้ปกครองมาลองชิมฝีมือเด็กหลังจากที่เด็กทำกิจกรรมเสร็จคุณครูพาเด็กๆไปทานมื้อข้าวเที่ยง

แต่หลังจากนั้นทางผู้ปกครองทุกคนต่างก็ตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเห็นแค่ว่ามีแค่ซุปน้อยๆซึ่งเป็นซุปผักเปรี้ยวหวานมีแค่ไก่กับหัวหอมชิ้นนึงเท่านั้นหลังจากนั้นข้างๆก็เป็นมะม่วง1 ชิ้นซึ่งมะม่วง1 ชิ้นมีชิ้นเล็กมากอยากจะถามกับทางโรงเรียนว่าอาหารครบ

5 หมู่หรือเปล่านี่เราจ่ายเงินไปตั้ง 20,000 บาท แต่ลูกของเรากับได้กินกับข้าวที่เรียกว่าเป็นเศษกับข้าวเลยก็ได้ทางโรงเรียนบอกว่าเนื่องจากเด็กกินหมดจนต้องตักน้อยๆแต่ทางคุณแม่บอกว่าเด็กมาบ่นกับคุณแม่ตลอดกินข้าวที่โรงเรียนไม่อิ่มสุดท้ายก็เป็นเพราะอย่างนี้นี่เองใน Facebook และถามทุกคนว่าจ่ายไป 20,000 บาทแต่ได้ของแค่นี้ย้ายโรงเรียนดีกว่าไหมฉันถามผู้ปกครองตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเคยถามลูกว่าไปกินอาหารอะไรที่โรงเรียนมาบ้างลูกก็ตอบว่าทานข้าวกับน้ำซุป

คุณแม่ก็คิดว่าสงสัยจะเป็นงานชุบและก็ยังมีอาหารอีกที่ครบ5 หมู่แต่พอวันนี้ก็ได้มาเห็นว่ามีแค่มะม่วงชิ้นเดียวนิดนึงข้าวไม่กินแค่2-3 คำก็หมดแล้วทำอย่างนี้เขาเรียกว่าโกงกันชัดๆทั้งที่จ่ายเงินไปเยอะมากในแต่ละเทอมหน้าจะต้องจ่ายเงิน1หมื่นบาทถ้าบอกว่าขนาดซื้อของที่ร้านอาหารตามสั่งอยากได้กับข้าวกินดีกว่านี้เลยโรงเรียนก็บอกว่าก็ดึกๆกินไม่หมดและทางโรงเรียนได้แจ้งไปแล้ว

ว่าจะตักอาหารให้น้อยถามคุณแม่ก็ต้องเถียงกลับไปว่าแต่นี่มันน้อยเกินไปอาหารก็ไม่ครบ5 หมู่นี่เป็นโรงเรียนเอกชนจ่ายเงินให้ตั้งเยอะแต่ทำไมถึงได้ของแค่นี้เด็ก3 ขวบยังกินไม่อิ่มเลย

โรงเรียนบอกว่าจะกระโปรงและทางโรงเรียนยังบอกอีกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้ตัดต้นไม่เชื่อเนื่องจากลูกบอกว่ากินไม่อิ่มเลยสักมื้อทุกวัน ทางคุณแม่บอกว่าหลังจากนี้หวังว่าทางโรงเรียนจะไม่ทำอย่างนี้อีก และถ้ายังทำแบบนี้อีกจะทำการฟ้องร้องต่อไป 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  BK8

โพสท์ใน ข่าวสังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เด็กเรียนโรงเรียนเอกชนอาหารมีแค่ข้าวกับน้ำซุปทั้งที่จ่ายเงิน 2หมื่น

โควิด-19 พ่นพิษ

โควิด-19 พ่นพิษ ทำสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นเหมือนสนามบินร้าง

                 นาย นิตินัย  ศิริสมรรถการ ได้มีการแชร์ภาพเหตุการณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบันที่ตอนนี้ร้างผู้คน ลงบนเฟสบุ๊กส่วนตัวออกมาให้ประชาชนได้ชมกัน ซึ่งเขาคือ กรรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ( มหาชน ) มีหน้าที่คอยดูแลจัดการความเรียบร้อบภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งก่อนหน้านี้เราคงเคยเห็นภาพ

ภายในสนามบินทีสุวรรณภูมิกันมาบ้างแล้วว่า ปกติแล้วจะต้องเต็มไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว่าไปมา จนเรียกได้ว่า แทบจะเดินชนกันเลยทีเดียว แต่ให้เป็นเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนมากแค่ไหน ภายในสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่เคยร้างผู้คนดังเช่นตอนนี้เลย

ซึ่งภาพที่นาย นิตินัย   กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ ทอท. ได้นำมาโพสต์ในวันที่ 14 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563 นี้นับว่าเป็นภาพทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก็ว่าได้ ซึ่งสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ยังไม่ดีขึ้น และนับวันการแพร่ระบาดก็ยิ่งมากขึ้นไปเรื่อยเรื่อย จึงทำให้ในที่สุดภาพที่ประชาชนคนไทยไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยคิดว่าจะเห็นเหตุการณ์ภายในสนามบินสุวรรณภูมิจะร้างผู้คนได้เช่นนี้จึงได้เกิดขึ้น

และนอกจากที่สนามบินสุวรรณภูมิจะไม่มีผู้คนแล้ว บริเวณสถานที่อื่นอื่น ที่แต่ก่อนมักจะมีคนไปรวมตัวกันเยอะอยู่เสมอ อย่างบริเวณหน้าห้าง เซ็นทรัลเวิลด์  หรือตามตลาดนัดสวนจตุจักรต่างต่าง ปัจจุบันก็แทบไม่มีคนไปเดินเลยเช่นกัน ซึ่งสถานที่ที่ยกตัวอย่างมานี้ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ทุกวันจะมีคนนับร้อยนับพันคนไปเดินเล่นกันอยู่แถวนั้นแทบจะตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ทุกทุกที่ที่เคยมีผู้คนเยอะแยะ กลับกลายเป็นสถานที่ร้างไปเลย

 จากภาพที่เราได้เห็นกันอยู่ในตอนนี้กำลังจะสื่อให้เราเห็นว่าอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยคงจะเข้าขั้นวิกฤตแน่แน่ หากยังเป็นแบบนี้อยู่ เพราะหากผู้คนไม่ออกมาจับจ่ายซื้อของ ร้านค้าก็จะได้รับผลกระทบ และจะลามกระทบกันเป็นห่วงโซ่ไปหมด

เพราะไม่มีคนซื้อคนขายก็อยู่ไม่ได้  หากเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องและรัฐบาลไมสามารถที่จะแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรสนี้ได้ จะกลายเป็นว่าผู้คนคงจะเริ่มออกมาต่อต้านเพราะ ประชาชน เริ่มจะอยู่กันไม่ได้แล้ว

เนื่องจากไม่มีเงินใช้และยังต้องอยู่กับความหวาดระแวงว่าติดเชื้อไวรัส อีกด้วย ซึ่งตอนนี้ปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่แค่ปัญหาเชื้อไวรัสเท่านั้นที่รัฐบาลควรเร่งจัดการ ทั้งปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่ตอนนี้ติดอันดับหนึ่งของโลก และยังปัญหาเศรษฐกิจที่กำลัง ดิ่งลงเหวอยู่ในขณะนี้อีก หากรัฐบาลไม่รีบแก้ไข คงอยู่ต่อได้อีกไม่นานนี้แน่

 

สนับสนุนโดย  next88

โพสท์ใน ข่าวสังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน โควิด-19 พ่นพิษ

บอยปฏิเสธกักตุนหน้ากากอนามัยสุดท้ายโป๊ะแตก

บอยปฏิเสธกักตุนหน้ากากอนามัยสุดท้ายโป๊ะแตกไปเจอกล่องหน้ากากที่ถังขยะ

        จากกรณีที่มีFacebook ของแหม่มโพดำได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากอนามัยแล้วนำไปขายให้กับประเทศจีนซึ่งส่งผลให้กับประเทศไทยประชาชนต้องขาดแคลน หน้ากากอนามัยจนถึงขนาดต้องนำผ้ามาเย็บเป็นหน้ากากอนามัยใช้กันซึ่งทาง Pages ของแหม่มโพดำได้ออกมาระบุว่ามีชายคนหนึ่งที่ชื่อว่าบอยซึ่งเป็นคนที่ใกล้ชิดและรู้จักสนิทสนมกับลูกน้องของรัฐมน ตรีที่มีชื่อเสียงอยู่ในขนาดนี้โดยมีการนำข้อมูลหลักฐานทั้งคลิปเสียงรูปภาพเกี่ยวกับการประกาศขายหน้ากากอนามัยที่มีการกักตุนเอาไว้ซึ่งมีการเปิดเผยลงใน Facebook

ส่วนตัวของนายบอยโดยมีการลำดับเรื่องราวเอาไว้ว่าตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์แล้วที่ไหนบอร์ดประกาศว่ามีสินค้าเป็นหน้ากากอนามัยออกมาจำหน่ายและหากใครที่ต้องการที่จะซื้อสินค้าก็สามารถทักมาที่ไหนบอยได้โดยตรงต่อมาในวันที่แปดกุมภาในบอยก็ยังโพสต์ภาพที่มีการไปพูดคุยกับคนจีนโดยระบุว่าเป็นการมาคุยเรื่องสัญญาซื้อขายหน้ากากอนามัยกันหลังจากนั้นวันที่เก้านายบอยก็แสดงสมุดบัญชีที่มีเงินจากการขายหน้ากากอนามัยอีกทั้งยังประกาศลงบน Facebook

อีกว่าตอนนี้ในบอยมีหน้ากากอนามัยกักตุนไว้ถึง 200,000,000 ชิ้นและหากใครสนใจสามารถติดต่อในบ่อได้โดยตรงหลังจากนั้นเว้นระยะมาโพสอีกทีวันที่ 13 กุมภาพันธุ์โดยระบุเป็นรูปภาพและคลิปตอนกำลังขนย้ายหน้ากากอนามัยเข้ามาในโรงงานของตนเองหลังจากนั้นวันที่ 20 ในบอยก็โพสต์ข้อมูลว่าวันนี้ได้ไปคุยกับลูกน้องคนสนิทของ รอ. ธรรมนัส  พรหมเผ่า

ที่โรงแรมดังแห่งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายหน้ากากอนามัยกันหลังจากนั้นต่อมาวันที่ 21 กุมภาพันธ์ในบอยก็มีการโพสลง Facebook คู่กับรถพร้อมทั้งระบุว่าตอนนี้ยังมีหน้ากากอนามัยออกมาให้จำหน่ายรอคนมาซื้ออยู่ตั้งจากนั้นทิ้งช่วงไปจนถึงวันที่ 2 มีนาคมนายบอยก็ต้องมีการโพสลง Facebook อีกว่าตอนนี้มีการจำหน่ายอนามัยชิ้นละ 14 บาทโดยตอนนี้มีสินค้าอยู่ทั้งหมด 5,000,000 ชิ้นซื้อหน้ากากอนามัยที่ไหนบอยมีอยู่นั้นเป็นหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพสามารถใช้ในโรงพยาบาลได้เป็นหน้ากากอนามัยแบบสามชั้น

ที่สำคัญในการโพสต์ Facebook ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ยังมีการระบุรูปบัตรประจำตัวของนายพิตตินันท์ ซึ่งชายคนนี้เป็นลูกน้องคนสนิทรวมถึงเป็นผู้ติดตามของ รอ. ธรรมนัส. พรหมเผ่า ไว้ใน Facebook ส่วนตัวของตัวเองอีกด้วยและหลังจากนั้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคมนายบอยยังโพสต์ภาพรูปรถเบนซ์ป้ายแดงซึ่งระบุได้ว่าตอนนี้ในสถานการณ์ของรัฐบาลที่ดูแลโดยพลเอกประยุทธ์ไม่ว่าอาชีพอะไร

ก็ไม่สามารถทำกำไรได้นอกจากการขายหน้ากากอนามัยเท่านั้นในตอนนี้ที่สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ หลังจากนั้นในวันที่ 8 มีนาคมนายบอยก็โพสต์ขอโทษเกี่ยวกับเรื่องการโพสต์รูปหน้ากากอนามัยโดยบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุต่างๆทั้งที่บ้านและที่โกดังก็ไม่พบสินค้าเป็นหน้ากากอนามัยดังกล่าวแต่ได้มีชาวบ้านมาให้ข้อมูลกับนักข่าวว่ามักจะเห็นกล่องขายหน้ากากอนามัยอยู่ในถังขยะด้านหลังโกดังซึ่งเมื่อนักข่าวไปขนขยะดูก็พบกล่องหน้ากากอนามัยที่ตรงกับที่หน้าบอยโพสต์ลงใน Facebook ซึ่งถือว่าครั้งนี้เป็นการจับโป๊ะของนายบอยได้จริงๆ          

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  9luck

โพสท์ใน ข่าวสังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน บอยปฏิเสธกักตุนหน้ากากอนามัยสุดท้ายโป๊ะแตก

โรงพยาบาล เชิญไปกักตัว 14 วัน

ไปเที่ยวเกาหลีกลับมาไม่ยอมกักตัว สุดท้ายโรงพยาบาล เชิญไปกักตัว 14 วัน

       ในช่วงนี้ทั่วทุกประเทศไทยในโลกกำลังอยู่ระหว่างการป้องกันการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 จึงได้มีการขอความร่วมมือจากนักท่องเทียวทุกคนว่าหากใครไปเที่ยวต่างประเทศกลับมาให้ทำการกักตัวเองอยู่แต่ในบ้านประมาณสัก 14 วันก่อนเพื่อรอดูอาการว่ามีจะมีการติดเชื้อไวรัสมาจากประเทศที่ไปเที่ยวมาหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากพลเมืองของประเทศของตัวเอง อย่างประเทศไทยก็มีข่าวเช่นกันว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้

แต่พอกลับมาถึงประเทศไทย แทนที่เธอจะกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน เธอกลับเดินทางไปทั่วแวะกินสมตำ อย่างสบายใจ จนหลายคนที่ทราบเรื่องของเธอต่างพากันวิตกกังวลว่าเธออาจจะติดเชื้อไวรัสมาแล้วอาจจะมาแพร่เชื้อให้กับคนอื่นได้

ซึ่งตั้งแต่ที่เธอเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเธอก็เดินทางไปทำธุระหลายจังหวัดและยังมีการเช็คอินสถานที่ที่เดินทางไปทุกครั้งทำให้คนในโลกโซเชียลต่างก็พากันออกมาต่อว่าเธอกันมาก แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ พร้อมยังโพสต์ข้อความทำนองว่าไม่กลัวและไม่ยอมกักตัวแน่นอน 

จนเรื่องนี้รู้ถึงหูของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ทางผู้ว่าจึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางหาหญิงสาวคนดังกล่าวที่บ้านพัก ซึ่งเมื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าเธอป่วย ซึ่งเธอก็ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจว่า ตัวเธอเองก่อนที่จะบินกลับมาไทยได้ถูกทางการเกาหลีใต้กักตัวเอาไว้ 14 วันแล้วก่อนที่จะปล่อยตัวให้ขึ้นเครื่องกลับบ้านได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ขอเอกสารการกักตัว

แต่หญิงสาวคนดังกล่าวไม่มีให้ และเมื่อเจ้าหน้าที่ประสานงานไปยังทางกรมอนามัยควบคุมโรค พบว่าข้อมูลที่เธอบอกไม่เป็นความจริงเพราะตอนนี้ประเทศไทยกับประเทศเกาหลีใต้ยังไม่มีการทำสัญญาร่วมกันว่าจะมีการกักตัวนักท่องเทียวให้ก่อน 14 วันก่อนเดินทางกลับ

ซึ่งพอเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องก็ได้ขอให้หญิงสาวคนดังกล่าวเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อกักตัว ซึ่งเธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปัจจุบันเธอได้รับการรับการกักตัวเพื่อตรวจหาเชื้ออยู่ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เธอสมควรที่จะทำตั้งแต่แรก

ไม่ควรจะมาทำเอาในตอนนี้เพราะหากเธอมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายที่อยุ่ระหว่างการแพร่เชื้อได้จริงจริงละก็ ป่านนี้คงมีหลายคนที่ได้รับการแพร่เชื้อไปจากเธอแล้วเพราะว่าเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเป็นอาทิตย์แล้ว และเดินทางไปไหนต่อไหนมามากมาย คงมีหลายคนรับเชื้อจากเธอ หากว่าตรวจแล้วพบว่าเธอมีเชื้อไวรัสจริงจริง

 

ขอบคุณผู้สนับสนุน  เว็บพนันออนไลน์2020

โพสท์ใน ข่าวสังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน โรงพยาบาล เชิญไปกักตัว 14 วัน

โรคระบาดที่ทำให้โลกเปลี่ยน

ฟรานซิส ลูอิส

ทว่าการเป็นโรคนั้นมันเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพประชาชนในกรุงลอนดอนในสมัยวิกตอเรียในระยะเวลาเพียงแค่4วันเท่านั้นมันก็ทำให้คนกว่า500คนทั่วเสียชีวิตอย่างอนาถในช่วง1854ในสมัยนั้นโรคก็ได้ระบาดหนักสุดๆมันก็เลยทำให้คนที่ได้ป่วยเป็นโรคนี้ได้มีอาการอาเจียท้องเสียปวดหลังและกระหายน้ําเป็นอย่างมากซึ่งคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ซึ้งคนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว

ก่อนที่เขานั้นจะชีวิตในวันที่ป่วยและพอหลังจากที่สิ้นสุดในยุคของโรคอหิวาต์ทางการนั้นก็ได้มีการออกมาสำรวจแล้วว่ามีคนมากกว่า10,000คนที่ได้ป่วยเป็นโรคดังกล่าวนี้และนักวิทยาศาสตร์ในช่วงเวลาดังกล่าวก็ได้ปวดหัวเป็นอย่างมากในการพยายามสืบหาต้นเหตุนี้นั้นมันมาจากไหน

และ มันระบาดขึ้นมาได้อย่างไรก่อนที่ทางการจะไปพบต้นตอโดยบังเอิญสุดๆอย่างว่าเอิญสาเหตุนั้นก็คือผ้าอ้อมของเด็กน้อยคนหนึ่งอายุประมาณ5ขวบโดยที่แพทย์ท้องถิ่นชื่อว่าจอนสโนว์เขาก็ได้วาดแผนที่แสดงจุดที่มีคนเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวและในแผนที่นั้นก็ได้แสดงเอาไว้อย่างชัดเจนว่าคนที่ตกเป็นเหยื่อนั้นอยู่ไกล้ๆกับปั้มน้ำในลอนดอนก่อนที่ผู้เป็นแม่ของ ฟรานซิส

จะเอาผ้าอ้อมของเด็กน้อยไปซักล้างอยู่ที่บริเวณปั้มน้ำกลางเมืองแน่นอนแล้วว่าพอล่างเสร็จแล้วก็เททิ้งข้างๆปั้นเลยนั่นแหล่ะมันก็เลยทำให้เกิด โรคอหิวาตกโรค ขึ้นมานั้นเองแถมในสมัยในยุคของวิคตอเรียนั้นก็ได้ขึ้นชื่อความไม่สะอาดสกปรกโสโครกอยู่แล้วและกว่าที่คนจะรู้นั้นมันก็สายไปเสียแล้ว

มาบาโล โลเกลา

โรคไข้อีโบลาคือไข้เลือดออกจากเชื่อไวรัสอีโบลาซึ่งมันเป็นโรคที่ทำให้เกิดสภาวะเลือดออกภายในร้ายแรงสุดๆโดยจุดแรกเลยที่เกิดเชื่ออีโบลาเลยก็คือก็แถวๆแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี2014ที่ผ่านมานั่นเองและเพียงไม่นานมานี้หลังจากที่มีการเกิดโรคดังกล่าวขึ้นมาแล้วนั้นมันก็ได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากทั่วโลก

มันจึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรที่จะทำให้โรคอีโบลากลายเป็นโรคที่หน้ากลัวที่สุดในศตวรรษที่21ที่ได้ฆ่าชีวิคนมากที่สุดโดยจุดเริ่มต้นของโรคดังกล่าวนี้ได้เริ่มขึ้นวันที่26สิงหาคมปี1979เมื่อนายมาบาโล โลเกลาเป็นครูที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งหนึ่งบนฝั่งขวาของแม่น้ำอีโบลาซึ่งเป็นหนึ่งในในสาขาของแม่น้ำคองโกทางทิศเหนือของประเทศซาอีร์เขาก็ได้เดินหาของป่ารัดไปเรื่อยๆแถวๆทางเหนือจากนั้นเขาก็ได้ล่มป่วยและมีไข้สูงและมีคนเข้าไปพบตัวแล้วก้ได้พาตัวเขาเข้าไปหาหมอ

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  sagame

โพสท์ใน ข่าวสังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน โรคระบาดที่ทำให้โลกเปลี่ยน

เมื่อเข้าหน้าร้อนนั้นเรามีวิธีในการที่เรารับมืออย่างไรบ้าง

ประเทศไทยของเรานั้นมีสภาพอากาศที่ปวนแปร เดี่ยวอากาศที่ร้อนพอเมร้อนมากๆนั้นก็ฝนนั้นตกซึ่งทำให้เรานั้นต้องรับมือเกี่ยวกับสภาพที่เปลี่ยนแปลงนั้นบ่อยซึ่งทำให้เรานั้นต้องป่วยและเป็นไข้บ่อย และเมื่อในเวลาต่อมานั้นเราต้องหันมาดูแลตัวเอง

เพื่อที่จะไม่ให้เรานั้นเป็นไข้ได้บ่อยซึ่งเรานั้นต้องปรับอุณหภูมิของร่างกายของเรานั้นก่อนอื่นนั้นเราต้องทำให้ร่างกายของเรานั้นอบอุ่นเพราะชีวจิตนั้นจะพาเรานั้นไปสัมผัสกับอุณหภูมิของร่างกาย 

แต่พอเข้าหน้าร้อนนั้น    เรานั้นก็ต้องหาวิธีในการที่เรานั้นดับร้อนด้วยการที่เรานั้นหาอะไรกินเพื่อที่เราจะคลายความร้อนกันเพราะว่าเมื่อเรานั้นอยู่ในสภาพที่อากาศมันร้อนเราก็ต้องเปิดพัดลม  หรือว่าบ้านไหนนั้นมีแอร์ก็เปิดเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเรานั้นร้อยจนทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นหงุดหงิดแต่เมื่อเรานั้นเรานั้นเข้าๆออกจากห้องแอร์นั้นบ่อยก็ทำให้ร่างกายนั้นเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลง

เพราะว่าสภาพของร่างกายเรานั้นต้องเจอร้อนๆเย็นๆจึงต้องทำให้เรานั้นรู้สึกได้ว่าเดี่ยวเรานั้นจะเป็นไข้เริ่มที่จะมีอาการปวดหัวตัวรุ่มๆการที่เรานั้นต้องควยรับมือกับสภาพอากาศในบ้านเรานั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องรู้อยู่แล้วว่าบ้านเรานั้นเป็นไปด้วยอากศที่ร้อนแถมยังทำให้เรานั้นหงุดหงิดและร่วมด้วยฝุ่นมลภาวะที่เรานั้นต้องเจอ  

วิธีในการที่เรานั้นต้องรับมือ

เมื่ออากาศที่ร้อนนั้นเราต้องรู้จักรับมือเพื่อที่จะไม่ให้เรานั้นเป็นไข้ได้ง่ายอย่างเช่นนั้นเราก็ควรที่จะไปอะไรเย็นๆกิน อย่างเช่น  ไอครีม น้ำแข็งไส น้ำปั่น หรือว่าน้ำเปล่า เพราะว่าด้วยอากาศที่ร้อนที่ทำให้เรานั้นรู้สึกได้ว่าเรานั้นจะมีร่างกายที่วิงเวียนศีรษะ  อ่อนเพลีย คอแห้ง ปากแห้ง เป็นร้อนใน ดังนั้นเราก็ควรที่จะดื่มน้ำเปล่านั้นให้มากๆเพราะว่าถ้าเรานั้นยิ่งกินน้ำน้อยก็จะทำให้เรานั้นอยู่ในสภาพอาการที่ภาวะขาดน้ำ 

ดังนั้นเราต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแม้กระทั่งเรื่องอาหารการกิน เพราะว่าเมื่อเข้าหน้าร้อนเรื่องอาหารที่เรานั้นต้องเจอคือว่าอาหารนั้นจะบูดได้ง่ายหรือไม่นั้นก็เวลาที่เรานั้นกินเข้าไปอาจจะทำให้เรานั้นท้องเสียหรือว่าอาหารของเรานั้นเป็นพิษ  เมื่อเข้าหน้าร้อนเราต้องดูแลตัวเองนั้นเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพร่างกาย หรือว่าจะเป็นเรื่องของการที่เรานั้นกินหากว่าเรานั้นไม่ดูแลดูเองเราก็จะป่วยง่ายมาก

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เมื่อเข้าหน้าร้อนนั้นเรามีวิธีในการที่เรารับมืออย่างไรบ้าง

บ้านคือวิมาน

หลายคนเคยได้ยินคำพูดที่คุ้นหูกันอยู่แล้วว่า “สุขใดเล่า เท่าบ้านเรา” บางคนได้ที่งานทำต่างที่ต่างถิ่น นานทีจะได้กลับบ้าน แต่เมื่อไหร่ที่พวกคุณได้กลับบ้านมาเจอคนที่คุณรัก ลอ เชื่อเถอะ!! มันจะเป็นยาวิเศษที่ดีที่ทำให้คุณกลับมามีพลังอีกครั้งยยิ้มของคนที่บ้านจะทำให้คุณมีความสุขทุกครั้งที่คุณได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขา…

ตอนนี้เราก็เป็นอีกคนหนึ่งเหมือนกันที่ได้มาทำงานต่างจังหวัด ต่างบ้านต่างถิ่น แต่เราก้อยังพยายามกลับไปเติมพลังที่บ้าน จากคนที่เรารักอยู่บ่อยๆ แม้ว่าการกลับบ้านของเราอาจจะได้อยู่บ้านเพียง 6-8 ชั่วโมงก็ตาม แต่หารู้ไม่ว่าเวลาแค่ 6-8 ชั่วโมง มันเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามาก เพราะ “ความสุขของเรา อยู่ที่บ้าน” สำหรับเราบ้านเป็นสถานที่ที่อบอุ่น

ถึงแม้ว่าบ้านเราจะไม่ได้มีพร้อมทุกสิ่งอย่าง แต่บ้านเราเพียบพร้อมไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจกัน ในวันที่เราต้องจากบ้าน มันทำให้เรารู้สึกว่า ความสุข ความสดชื่อไม่เป็นดั่งเหมือนที่เราอยู่บ้านของเรา สิ่งต่างๆที่เคยมี เช่นความสุข รอยยิ้มของคนในบ้านก็หายไป นั้นก็อาจเป็นเพราะบ้านมีสิ่งที่ดีที่สุดคือ “ครอบครัว” 

 ครอบครัวมีความสำคัญมากสำหรับสมาชิกในบ้านทุกคน เพราะถ้าหากขาดคนใดคนหนึ่งคุณจะรู้สึกว่ามีสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต สิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้ และมีความสุขได้ บางครั้งที่เราเหนื่อย เราท้อหรือหมดกำลังใจ ก็มีครอบครัวนี่แหละที่อยู่ข้างเรา

เราควรรักเเละเอาใจใส่กับคนในครอบครัว หรือคนในบ้าน  เเล้วเราจะรู้สึกมีความอบอุ่นออกมาโดยไม่ต้องทำอย่างไรเลย และถ้าเราอยู่ในจุดที่มีความสุขแล้ว เราก็ควรจะรักษาความสุขนี้ “ให้คงอยู่กับเราตลอดไป”

การสร้างช่วงเวลาที่ดีที่สุดในบ้าน เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆไม่ต้องลำบากไปถึงเงินทองในกระเป๋า แค่สมาชิกทุกคนในครอบครัว ได้มาพูดคุยกัน ได้เล่าสิ่งที่ดีที่สุด ที่ต่างคนต่างได้เจอมาในแต่ละวัน การคุยแบบนี้จะทำให้เรามีความสุข และการทำกิจกรรมร่วมกันในบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกัน และตรงกันข้าม!!

เราคิดว่าทุกคนเมื่อมีความสุขก็ต้องมีความทุกข์เเต่เราก็ยังคิดว่ามันเเก้ได้ เพราะการอยู่ร่วมกันก็ย่อมมีปากเสียง กระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา เราขอฝากไว้ว่า “ไม่ว่าปัญหาจะหนักเเค่ไหนขอให้ทุกคนช่วยกันคิดเเละเเก้ไขมันอย่างช้าๆไม่ต้องเร็ว เเละไม่ต้องใช่อารมณ์กัน แล้วเราจะแก้ปัญหานั้นได้เอง” เพราะสำหรับเรานั้น ครอบครัวสำคัญสุดแล้ว 

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน บ้านคือวิมาน